ศลักษณา น้อยวงศ์ โลกออนไลน์ถ้ารู้จักใช้ก็ได้เงินล้าน

166
0
Share:

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้กรอบความคิดระบบการทำงานของหนุ่มสาวสมัยนี้เปลี่ยนไป รวมทั้งโลกออนไลน์ช่วยบริหารจัดการเวลาให้คนเราจัดระบบชีวิตได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับเธอคนนี้ มิก-ศลักษณา น้อยวงศ์ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่สามารถจัดการบริหารเวลาได้เป็นอย่างดี จนสามารถเอาเวลาที่ว่างเว้นจากงานประจำมาทำงานอื่นที่เธอชื่นชอบได้อีก โดยเลือกงานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นรัก เพราะการทำงานที่รักนั้นผลลัพธ์ไม่ใช่แค่เงินแต่เป็นความสุขใจและการได้สร้างงานให้คนอื่นมีความสุขไปด้วยกันนั่นเอง

 

 

เธอเล่าว่าเธอเริ่มทำสินค้ามาขายผ่านทางออนไลน์อย่างจริงจังเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความงามและต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติปลอดภัยไร้สารเคมี “คือมิก จบปริญญาโททางด้านแอนไทน์เอจจิ้ง และไปเรียนคอร์สทางด้านอายุรเวช ก็เลยสนใจเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ ร้อนวิชาอยากทำผลิตภัณฑ์ตามที่เราเรียนมาใช้เองแล้วขายได้ด้วย หรือเวลาที่อ่านฉลากสินค้าแล้วเราเข้าใจว่าแต่ละชนิดทำมาจากอะไรดีมากน้อยเพียงใด ตัวไหนอันตรายห้ามใช้หรือเปล่า หลังเรียนจบปริญญาโทก็เริ่มทำเพจอย่างจริงจัง แรกๆเป็นเพจที่ให้ความรู้ชื่อเพจสวยให้ได้ในชาตินี้”

แรกๆก็เป็นเพจที่ให้สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและความงามไม่ได้ขายอะไรเลย จนสักพักมีคนตามเพจมากขึ้น ก็นำเข้าวิตามินจากต่างประเทศเข้ามาก็ขายดี แต่ระยะยาวแล้วไม่ยั่งยืนแค่ซื้อมาขายไป ตอนหลังก็เลยทำสินค้าของตัวเองตัวแรกๆเป็นเครื่องสำอางที่ทำมาจากออร์แกนออยล์จากประเทศโมรอคโค เป็นครีม สบู่ และโลชั่นน้ำตบจากกุหลาบ โดยนำวัตถุดิบมาผลิตที่ประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่ผานมาตอนนี้ก็ยังทำอยู่ ต่อมาก็เป็นแป้งบิโยเซ่ ที่นำวัตถุดิบมาจากญี่ปุ่น และตัวล่าสุดคือโฟมล้างหน้ามีส่วนผสมทำจากข้าวของเกาหลีแน่นอนว่าสินค้าทุกตัวต้องปลอดสารเคมีที่เป็นอันตรายและป้องกันการแพ้จากทุกสภาพผิว เธอชอบอธิบายชอบให้ความรู้ก็จะสอดแทรกสาระต่างๆไว้เสมอบอกในสิ่งทีได้เรียนมาเพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจในสิ้นค้ามากขึ้น เพราะคนที่จะซื้อของไม่ยากแต่ที่จะกลับมาซื้อซ้ำนั้นยากกว่า

ดังนั้นเธอจึงอยากให้คนใช้สินค้าของเธอแล้วมีความรู้สึกว่า สวย สง่า และมีความสนุก สินค้าขอเธอจึงต้องให้ความรู้สึกเชื่อใจได้ แสดงถึงมิตรภาพระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้หยิบใช้

เริ่มจากการขายออนไลน์ธรรมดา ก็กลายเป็นเริ่มมีตัวแทนการขายสนใจติดต่อเข้ามา เธอจึงต้องไปเรียนเพิ่มเรื่องการโค้ช เพื่อจะได้นำมาแนะนำให้กับตัวแทนขายของเธอ ภายใต้คอนเซ็ปต์ มีไฟ มีฝัน มีตังค์ ด้วยการเปลี่ยน mind set เพื่อเปลี่ยนความเชื่อและพฤติกรรม เพราะคนกล้าซื้อของออนไลน์มากขึ้น คู่แข่งก็มากขึ้นในขณะที่เฟซบุ้คเองก็มีข้อจำกัดมากขึ้นเช่นกัน

โดยเธอจะโฟกัสสินค้าของเธอให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามเป็นหลัก ตามความถนัดที่เธอได้ร่ำเรียนมา คือผลิตภัณฑ์ทางด้านแอนไทน์เอจจิ้ง และเทรนด์ตอนนี้ก็คือคนยุคนี้จะซื้อขายผ่านออนไลน์มากขึ้น

ตอนนี้เธอมีเพจต่างๆทั้งขายสินค้า เรื่องเที่ยว เรื่องสุขภาพ เรื่องความงาม เรื่องโค้ชชิ่งต่างๆ มากกว่า 6 เพจ และจะมีการไลฟ์สดทุกสัปดาห์ โดยกาไลฟ์สดของเธอจะไม่ขายของแต่จะเป็นการไลฟ์เพื่อให้ความรู้ มียอดคนติดตามหลายหมื่นคน

“วันนี้มิกก็ยังไปเรียนรู้เพิ่มเติมทางด้านต่างๆอยู่เรื่อยๆนะคะ เพราะโลกเปลี่ยนทุกวันมีความรู้ใหม่ๆเข้ามาทุกวันถ้าจะทำธุรกิจทางออนไลน์ต้องปรับตัวให้ทันโลกอยู่เสมอ เพราะมิกอยากทำตรงนี้ให้ยั่งยืน ทำงานอย่างมีความสุขด้วยไม่ใช่มีเงินเข้ามาแต่ไม่มีความสุขและงานที่ทำต้องตอบแทนกลับไปในรูปของความรู้ต่างๆด้วย” เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม

เธอบอกว่าเฟซบุ้คไม่ใช่ไปเล่นแค่รู้เห็นหรือให้คนอื่นรู้เรื่องของเราเท่านั้น แต่ต้องให้ความรู้ไปบ้างและเป็นพื้นที่ๆสามารถสร้างรายได้ด้วยเช่นกัน แม้กับผู้ที่สูงวัยเตรียมรองรับชีวิตหลังเกษียณก็สามารถสร้างความรู้ สร้างรายได้จากเฟซบุ้คได้เช่นกัน เช่นคุณพ่อของเธอๆก็สอนให้เล่นเฟซบุ้คเพื่อที่จะได้ไม่เหงา

“คุณพ่อชอบเรื่องต้นไม้ ท่านก็ให้ความรู้เรื่องต้นไม้ การปลูก การดูแลต้นไม้ชนิดต่างๆทำให้ชีวิตหลังเกษียณมีความหมายมากขึ้น ไม่น่าเบื่อเพราะได้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์กับสิ่งที่รักที่ชอบแบ่งปันให้คนอื่นอีกด้วย เป็นการส่งต่อเรื่องราวดีๆสุขทั้งผู้ให้และผู้รับเพราะท่านอาจจะรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้อีกมากก็ได้”

เธอแนะนำว่าลูกๆหลานๆที่มีพ่อแม่ ผู้สูงวัยในบ้านที่เหงาๆก็สอนให้เล่นเฟซบุ้ค เพื่อคลายเหงา ให้ความรู้เล็กๆน้อยๆตามเรื่องท่านชอบ เรื่องหมา เรื่องแมว เรื่องต้นไม้ อาหารการกิน หรือจะทำของเล็กๆน้อยๆขาย ขนม อาหาร อาจจะทำให้ท่านได้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง รู้จักหาประโยชน์จากตรงนี้ให้ได้

ทุกอย่างมีหลายด้านทั้งนั้น โลกออนไลน์ก็เช่นกัน ถ้าเราไม่เล่นอย่างไร้สาระเราก็สร้างประโยชน์ขึ้นมาได้ มีคนเยอะแยะที่รวยจากออนไลน์เพียงขายสบู่ก้อนเดียว “ตัวมิกเองก็คิดจะทำธุรกิจกับออนไลน์ไปเรื่อยๆ วันไหนถ้าไม่ได้ทำงานประจำก็จะมุ่งมาที่ออนไลน์อย่างเต็มตัว เพราะออนไลน์เป็นตลาดที่ชัด เลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงเป้า คนต้นทุนน้อยก็ทำธุรกิจผ่านออนไลน์ได้ ทุกอย่างอยู่ที่เราเลือกใช้ ใช้ให้มีสาระก็ได้หรือแค่จะบอกเล่าเรื่องของเราแล้วส่องชีวิตคนอื่นก็ได้ อยู่ที่เราเลือกเอง ตอนนี้รายได้จากออนไลน์แซงเงินเดือนประจำมานานแล้ว แต่ก็ยังรักงานประจำอยู่ก็ทำควบคู่กันไปเพราะงานออนไลน์มีโทรศัพท์เครื่องเดียวนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ถ้าเราบริหารเวลาได้อย่างดี ยุคนี้คนเราควรมีมากกว่า 1 อาชีพเพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอนควรมีแผนสำรองในการสร้างรายได้ไว้เสมอ” เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

เรื่อง – อนุสรา ทองอุไร

Share: