พฤติกรรม ที่ทำให้ผู้นำประสบความสำเร็จ

86
0
Share:

คนฉลาด มีเหตุผลเสมอ ในการที่จะ “ไม่ทำ” แต่ถ้าลงมือ “ทำ” แค่ 5 อย่างนี้ คุณจะพบว่างานที่คุณต้องรับผิดชอบ รวมทั้งการนำทีมงานของคุณ จะสามารถบรรลุผลอย่างที่คุณต้องการ โดย กัลยา แก้วประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส คอนซัลท์ จำกัด

 

 

บอกว่าพฤติกรรม 5 อย่างสำหรับการนำทีมให้ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วยอะไร บ้าง ดังนี้

1. สร้างความเชื่อใจ (Trust)

2. สามารถบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict)

3. มีพันธะสัญญา หรือมุ่งมั่น (Commitment)

4. มีการรับผิดชอบ (Accountability)

5. มีเป้าหมายร่วม (Result)

พฤติกรรม 5 อย่างนี้ ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะซับซ้อนหรือทำได้ยาก แต่ถ้าคุณได้เริ่มทดลองปฏิบัติจริงๆ แล้ว คุณจะรู้เลยว่ามัน “ยาก” และความยากของพฤติกรรมเหล่านี้ มันไม่ได้มากจากปัจจัยใดๆ เลย มันยากที่ “ตัวคุณ” เองนั่นแหล่ะ ที่จะต้องเอาชนะตัวเอง เราพบว่าปัญหาของผู้นำ ที่มักเจอเสมอ คือ การไม่เข้าใจคนอื่น ซึ่งผู้นำเองก็มักจะเข้าใจเอาเองว่า ตนเองรู้ทุกเรื่อง คำถามจา กผู้นำ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นจาก

ทำไมลูกน้อง ไม่ให้ความร่วมมือ ?

ทำไมลูกน้องไม่เก่งทั้งๆที่ สอนงานไปแล้ว ?

ทำไม ทำไม และ ทำไม….. โดยไม่เคยหันกลับมามองที่ “ตัวเอง” ว่า ทำไมเราไม่เข้าใจลูกน้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เรามักจะจ้องถามแต่เรื่องที่คนอื่นมีปัญหา แต่ถ้าเราเริ่มต้นแก้ไขปัญหา โดยเริ่มจากถามคำถามทำไมที่ “ตัวเอง” ก่อน ทุกอย่างก็จะเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

เพราะ มนุษย์นั้นแตกต่าง….. จึงเกิดความไม่เข้าใจ

การสร้าง TRUST หรือความไว้เนื้อเชื่อใจ กับคนอื่นจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเราสร้างขึ้นและเราเป็นฝ่ายเริ่มและทำให้ดูก่อน คนอื่นถึงจะเชื่อและทำตาม สิ่งที่ง่ายที่สุดในการสร้าง “ความเชื่อใจ” คือคุณต้องมีความเชื่อมั่นในตัวคุณก่อน ตราบใดที่คุณยังไม่เชื่อตนเอง คุณจะทำให้คนอื่นเชื่อคุณได้อย่างไร

ความเชื่อมั่น หรือไว้เนื้อเชื่อใจ จะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ

เราต้องมีความเชื่อว่า เราตั้งใจดี มีความปรารถนาดี ในเรื่องที่เราตั้งใจจะทำ หรือขอให้ผู้อื่นทำ และเราต้องบอกกับคนตรงหน้าว่าเราตั้งใจเช่นนั้น บอกเจตนาของเราให้ได้ทราบถึงความตั้งใจและจริงใจของเรา พร้อมด้วยการให้เกียรติและเคารพในการตัดสินใจของเค้า ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคนฟัง ว่าจะเชื่อหรือให้ความร่วมมือกับเราได้มากน้อยขนาดไหน

อะไรที่ทำให้คนเก่ง ใช้ความสามารถได้ไม่เต็มที่

อะไรที่เป็นตัวขัดขวางศักยภาพการเติบโตของคนเก่งหลายๆ คน

ผู้บริหารส่วนใหญ่ที่อยู่ในตำแหน่งสูง อาจมี EGO คือการ “หลงผิด” คิดว่าสมบูรณ์แบบยึดตนเองเป็นหลัก และมองผู้อื่นในมุมที่อยากให้เค้าเป็น โดยที่ไม่เคยแม้แต่จะทำความเข้าใจในตัวของบุคคลอื่น แต่เพราะ มนุษย์ นั้นแตกต่าง เราไม่ชอบกันเพราะเรามีบุคลิกที่ต่างกัน และเราไม่พยายามเข้าใจในความต่างนั้น ถ้าเพียงแต่เข้าใจว่า คนอื่นผิดพลาดได้ เราก็ผิดพลาดได้เช่นกัน เราจึงควรพร้อมรับฟังอย่าง “เข้าใจ”

เราอาจต้องรู้ตัวเองว่า เราไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่สามารถที่จะเรียนรู้ได้…… คนอื่นก็เช่นกัน การชมอย่างจริงใจ และมองหาข้อดีของผู้อื่น จะช่วยทำให้คุณละวางจากการตำหนิ ที่เป็นพฤติกรรมด้านลบและไม่สร้างสรรค์ ออกไปจากระบบความคิดของคุณ และควรทำบ่อยๆ ให้เป็นพฤติกรรมที่จำเป็นในแต่ละวัน

ผู้นำ คือ คนที่เป็นตัวเอง รักตัวเอง รักที่จะเดินในเส้นทางของตัวเอง จนคนอื่นๆ อยากเดินตามคุณ ความเป็นผู้นำจึงถูกตีความด้วย “คนที่เดินตามคุณ” ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ ผู้นำในแบบที่ถูกกำหนดด้วยตำแหน่งหน้าที่ แค่คุณกล้าที่จะ “ปรับ” ทุกอย่างรอบตัวคุณ ก็จะ “เปลี่ยน” ดังนั้น คุณจงรักตัวเอง และอนุญาตให้ผู้อื่นรักคุณ และเลือกที่จะเดินตามคุณ

การบริหารจัดการความขัดแย้ง Conflict

ทำไมคนไม่ชอบความขัดแย้ง เพราะเราคิดว่ามันจะก่อให้เกิดความยุ่งยาก สร้างปัญหา

แต่ถ้าองค์กรไหน ไม่มีความขัดแย้ง แสดงว่าองค์กรนั้น ไม่เติบโต ผู้นำควรสนับสนุนให้เกิดความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ในองค์กร เพราะมันจะเกิดความแตกต่าง และข้อถกเถียง ที่จะนำพาไปสู่การพัฒนาเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า ถ้าบรรยากาศองค์กร ไม่เอื้อให้คนได้แสดงความคิดเห็น ผู้นำต้องกลับไปทบทวนว่า อาจเกิดความผิดพลาดอะไรบางอย่างขึ้นแล้วในองค์กร

สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นในองค์กร ในการบริหารความขัดแย้งคือ ความสามารถในการถามคำถาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆว่า คนเราไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นด้วย ไปเสียหมดทุกเรื่อง แต่มีความต้องการให้คนรับฟัง ซึ่งสิ่งที่ควรทำ คือฟังให้จบ และเคารพต่อความคิด สิ่งที่จะเกิดตามมาคือการพัฒนา

การมีพันธะสัญญา หรือความมุ่งมั่น (Commitment)

ถ้าคุณต้องการสร้างพันธะสัญญา คุณต้องให้คนอื่นมีส่วนร่วมกับคุณเสมอ ถึงแม้ว่ามันอาจมีความเสี่ยง หรือความขัดแย้ง แต่คุณต้องตั้งมั่นบนความเชื่อว่าทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดทั้งคุณและเพื่อนร่วมงาน บางครั้งใครบางคนในทีม อาจกำลังโดนไล่บี้ ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นคนดีเข้าไปช้อนหรือรับแทน แต่คุณต้องแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะเข้าไปช่วย เมื่อถูกร้องขอ มันคือการมีพันธะสัญญาในการทำงานร่วมกัน

การรับผิดชอบ (Accountability)

การสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นในความรับผิดชอบ เป็นการทำงานที่ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจ และยืนหยัดในความตั้งใจที่จะเข้าไปช่วยเหลือ บนพื้นฐานของการได้รับอนุญาตจากคนในทีม เป็นเรื่องที่เราพบเห็นอยู่เสมอว่า ยิ่งคนเราเก่งมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นน้อยลง การขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นบ้างเป็นเรื่องที่ควรต้องทำ เพราะ ผู้นำไม่ใช่เทวดา เราไม่สามารถทำทุกเรื่องได้สำเร็จโดยปราศจากทีมงาน ดังนั้นความเชื่อใจในความรับผิดชอบของคนในทีม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะนำพาให้องค์กรเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

การมีเป้าหมายร่วมกัน (Result)

คือการกระทำที่นำไปสู่ผลลัพธ์สุดท้ายเดียวกันขององค์กร ไม่ใช่ต่างคนต่างทำและคนละเป้าหมาย มันมีความเป็นไปได้ว่า สิ่งที่ทำร่วมกันอาจมีความผิดพลาดได้ แต่ควรเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนั้นร่วมกัน พร้อมที่จะกล่าวคำขอโทษ และยอมรับข้อเสียของตนเองและผู้อื่น เพื่อหาหนทางที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ปัญหาทุกอย่างถ้าผู้นำเริ่มถามที่ตัวเอง ก่อนทุกครั้ง และ ทำ 5 เรื่องนี้ให้ครบ รับรอง เทวดาก็สู้คุณไม่ได้

เรื่อง: อนุสรา ทองอุไร/ ภาพ: pixabay

Share: