ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชทางเลือกที่ดีสำหรับสตรีปัจจุบัน

153
0
Share:

เนื่องจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทางเลือกใหม่ๆในการรักษามีมากขึ้นทำให้ในปัจจุบันมีหลายโรคที่ให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสเลือกการรักษามากกว่าเดิม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โรคเฉพาะสตรี โรคทางนรีเวช

 

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าในสมัยก่อนนั้น การผ่าตัดทางนรีเวชกรรม แพทย์จะทำผ่าตัดโดยกรีดแผลที่ผนังหน้าท้องเป็นเส้นตรงตามแนวกลางหรือแนวขวางขนาดยาวประมาณ 10 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อเปิดผนังหน้าท้องออกให้เห็นอวัยวะภายในช่องท้องและอุ้งเชิงกราน แล้วจึงทำการผ่าตัดเอามดลูกหรือรังไข่ส่วนที่เป็นโรคออกหรือแม้กระทั่งการแก้หมันในคุณผู้หญิง

พญ.จุฑาธิป พูนศรัทธา สูตินรีแพทย์ เฉพาะทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่าในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่วยให้นรีแพทย์ทำการผ่าตัดทางนรีเวชผ่านกล้องหรือการผ่าตัดส่องกล้อง โดยอาศัยเทคโนโลยีด้านกล้องวีดีโอและจอรับภาพร่วมกับการพัฒนาเครื่องมือผ่าตัดที่สะดวก ทันสมัย และมีประสิทธิภาพขึ้นมา ผู้ป่วยจะมีแผลที่หน้าท้องเล็กลงและเจ็บปวดน้อยลง ขนาดแผลผ่าจะประมาณ 0.5 – 1 เซนติเมตรเท่านั้น เพื่อสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดชนิดพิเศษเข้าไปในช่องท้อง ทำให้สามารถมองภาพที่จอโทรทัศน์และทำการผ่าตัดได้ดีเทียบเท่ากับ หรือดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิม

หลังผ่าตัดเมื่อรู้สึกตัวดีและไม่คลื่นไส้อาเจียน สามารถรับประทานอาหารอ่อนและยาแก้ปวดธรรมดาได้ตามต้องการ เมื่อผู้ป่วยไม่เวียนศีรษะสามารถลุกเดินได้ ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1-3 วันหลังการผ่าตัด

ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง

1. ผู้ป่วยมีแผลผ่าตัดขนาดเล็กแตกต่างจากการผ่าตัดด้วยวิธีเดิม ขนาดแผลที่เกิดขึ้นประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร

2. เนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจะมีน้อยกว่าวิธีเดิม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดชนิดแรง

3. ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ภายใน 1 วันหลังการผ่าตัด สามารถปฏิบัติกิจวัตรส่วนตัวได้ด้วยตนเอง มีความสะดวกสบายมากขึ้นและสามารถออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ส่วนใหญ่พักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 1-3 วัน หลังจากผ่าตัด

4. ไม่ต้องหยุดงานนานเหมือนวิธีเดิม ผู้ป่วยพักฟื้นที่บ้านเพียง 1 – 2 สัปดาห์ สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ

5. การเกิดพังผืดและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดพบน้อยกว่าวิธีเดิม

โรคที่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง

1. โรคปวดท้องน้อยเรื้อรัง

2. โรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่

3. โรคเนื้องอกที่รังไข่และมดลูก

4. ท้องนอกมดลูก

5. การทำหมันแห้ง

6. การรักษาโรคที่มีบุตรยาก เช่น การตัดท่อนำไข่ที่ตัน , การต่อหมัน

7. การรักษาโรคของโพรงมดลูก

8. เยื่อบุมดลูกหนาตัวผิดปกติ

9.พบเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกในระยะก่อนเป็นมะเร็ง

การปฏิบัติตนหลังผ่าตัด

1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์โดยเคร่งครัด

2. ลุกเดินบ่อย ๆ เพื่อลดการเกิดพังผืดในช่องท้อง

3. เมื่อมีปัญหา หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่นเลือดออกปริมาณมาก หรือปวดแผลมากขึ้น ให้ปรึกษาแพทย์ หรือพยาบาล

4. มาตรวจร่างกายและตรวจภายในหลังการผ่าตัดตามวันและเวลาที่แพทย์นัด

ผลแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดผ่านกล้องโดยเฉพาะ มักจะไม่เกิดผลแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ผลแทรกซ้อนเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจพบ คือมีอาการปวดหัวไหล่หน่วงๆ คล้ายปวดเมื่อย เนื่องจากลมในช่องท้องไประคายเคืองกระบังลม อาการเหล่านี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดและจะหายกลับเป็นปกติภายใน 1 วัน หลังผ่าตัด

ก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัด นรีแพทย์ที่ทำการผ่าตัดรักษาจะพิจารณาการผ่าตัดที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ป่วยควรให้ข้อมูล ประวัติที่ครบถ้วนแก่แพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย

เรื่อง :อนุสรา ทองอุไร / ภาพ :pixabay

Share: