ผู้นำ…ผู้รอด ในกระแส Disruption

50
0
Share:

ผู้นำ…ผู้รอด ในกระแส Disruption

ท่ามกลางกระแสของการเปลี่ยนแปลงที่ทุกองค์กรต้องพยายามหาทางปรับสมดุลเพื่อการอยู่รอด ในชีวิตจริงของการทำงาน ผู้บริหารต้องเจอกับอุปสรรคหลายเรื่องมีทั้งการท้าทาย การไม่เข้าใจกัน การก้าวร้าว การขัดแย้ง การนินทาว่าร้ายประสบปัญหาในทีมงาน ซึ่งหัวใจหลักของการสร้างทีม ไม่ได้ยากไปกว่าการที่จะทำอย่างไรให้ทีมมีความเหนียวแน่นและผูกพันมีความแข็งแรงพอที่จะนำทีมไปสู่ความสำเร็จ หรือเป้าหมายเดียวกันได้ทีมผู้บริหารที่แข่งขันได้ คือจุดแข็งอย่างแท้จริงของบริษัท

กัลยา แก้วประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส คอนซัลท์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ดิฉัน ทำงานในสายพัฒนาบุคลากรและผู้บริหารระดับสูงมากว่า 20 ปี พบว่าผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งล้วนพบปัญหาเหมือนกัน อย่างหนึ่งคือความยากในการสร้างความสำเร็จให้กับทีมงานของตนเอง การสร้างทีมเป็นการทำงานที่เน้นการสร้างความสามารถในกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันให้เกิดความรักใคร่ สามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกัน ที่ต้องการทักษะที่ท้าทายจนดูเหมือนว่าการสร้างความร่วมมือของกลุ่มคนเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากกว่างานในส่วนอื่นๆและมักจะเจอคำถามเหล่านี้บ่อยๆ ทำอย่างไรให้ทีมงานมีความเชื่อใจกันและทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ?ทำอย่างไรให้ทีมงานกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและรักษาพันธสัญญาที่มีร่วมกัน ? ทำอย่างไรให้ทีมงานทำงานได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระดับบริหารในทุกเรื่อง? ทำอย่างไรให้ทีมงานมองเห็นผลสำเร็จร่วมกัน มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ?

และไม่ว่าจะลงทุนเท่าไหร่กับการฝึกอบรมทั้งรูปแบบบุคคลหรือเป็นทีม ก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อการสร้างทีมได้ บ่อยครั้งที่เจอกับสถานการณ์ ที่ผู้บริหารไม่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมฝึกอบรมได้เนื่องจากเหตุผล “ไม่ว่างยุ่งมาก” “ติดธุระ” และเลือกที่จะไปทำอย่างอื่นที่คิดว่ามันสำคัญกว่าอีกทั้งไม่ได้นำความรู้มาใช้จริง ในการทำงาน หรือมีประเด็นที่ว่าตอนจบการอบรมมาใหม่ๆ ก็ดี แต่อีกไม่นานก็กลับมามีพฤติกรรมเหมือนเดิม ควรทำอย่างไรคำตอบคือ “หัวหน้าทีม” หรือ “ผู้นำ”คือผู้ที่ควรต้องเป็นหัวใจสำคัญในการตอบคำถามดังกล่าว

เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงของทีมได้ ทำหน้าที่เป็นโค้ชคอยประคับประคองให้ทุกคนในทีมสามารถช่วยเหลือกันพฤติกรรมของหัวหน้าทีมที่ต้องยืนหยัดกระตุ้นการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมให้มีการอบรมต่อเนื่อง มีเป้าหมายที่ชัดเจนและกล้าที่จะสื่อสารอย่างชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการและต้องบรรลุผล แล้วมันก็ยังมีประเด็นอีก……..ในการทำงานจริงๆ ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องที่มีการตกลงกันจะได้รับการเข้าใจเหมือนกันและหากมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง หัวหน้าทีม หรือผู้นำควรทำอย่างไร

การเข้าใจในโมเดลห้าพฤติกรรม ของ แพทริค หรือ โปรแกรม The Five Behaviors of a Co-hesive Team เพื่อการสร้างทีมที่มีความเหนียวแน่น และผูกพันจะสามารถช่วยให้ผู้นำสามารถใช้เป็นแนวทางในการสร้างและฝึกพฤติกรรมของทีม ให้แสดงออกถึง 5พฤติกรรมสำคัญได้ดังต่อไปนี้

  1. Building Trustการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในทีมในการกระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมของการไว้ใจเชื่อใจของสมาชิกในทีม “ผู้นำ” จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มที่ตนเองก่อน โดยเป็นตัวอย่างของการแสดงความเปิดเผย การยอมเสียหน้า ยอมรับจุดอ่อนจุดด้อยของตนเอง และยอมรับความผิดพลาดของตนเองได้ แต่ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า การเสแสร้งหรือแกล้งทำเพียงเพื่อต้องการควบคุม หรือแค่ชี้นำพฤติกรรม อารมณ์ของคนอื่นเท่านั้น อาจส่งผลต่อการสูญเสียการไว้ใจ ความเชื่อใจของทุกคนในทีมเพราะฉะนั้น อย่าเสแสร้งเพราะมันจะได้ไม่คุ้มเสีย
  1. Mastering Conflictการจัดการความขัดแย้ง เชื่อหรือไม่ว่า ผู้นำแทบทุกคนมีเรื่องที่เหมือนกันคือ “การปกป้องทีมงานของตนเอง”คล้ายๆ กับ พ่อแม่ปกป้องลูกจนกลายเป็น พ่อแม่รังแกฉันบางครั้งมากเกินไป จนกลายเป็นสิ่งที่ จำกัด ความสามารถของทีม ในการเรียนรู้การแก้ไขความขัดแย้งด้วยตนเอง ดังนั้นในการจัดการความขัดแย้งที่ดีผู้นำควรให้ทีมค้นหาแนวทางแก้ไขด้วยตนเองถึงแม้ว่ามันอาจจะดูวุ่นวาย สับสนก็ควรปล่อยถ้าเรื่องที่กำลังมีข้อขัดแย้งนั้นมันเกี่ยวกับเรื่องงานแต่ก็ควรระวังด้วยว่า ทีมงานอาจหลีกเลี่ยงการขัดแย้งหรือทำให้เป็นเรื่องเบาๆ หรือเปลี่ยนประเด็นไปเลย ซึ่งเข้าใจดีว่าเป็นลักษณะนิสัยของคนไทยที่ไม่ชอบให้เกิดการขัดแย้งขึ้น ผู้นำทีมต้องพยายามไม่ให้เกิดพฤติกรรมเช่นว่านี้ เพราะมิฉะนั้นมันอาจก่อให้เกิดเป็น “พฤติกรรมทำลายทีม” ขึ้นได้
  1. Achieving Commitment รักษาพันธสัญญาที่ตัดสินใจร่วมกันและประสบความสำเร็จร่วมกัน ผู้นำ ต้องกล้าตัดสินใจถึงแม้ว่าการตัดสินใจดังกล่าว อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการผิดพลาดเมื่อทีมกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและกล้าถกเถียงทางความคิดพวกเขาย่อมเข้าสู่การมีส่วนร่วมและรักษาพันธสัญญาต่อการตัดสินใจที่เกิดขึ้น มีการพัฒนาการเรียนรู้จากความผิดพลาดและเพื่อเป้าหมายของทีมสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางและแนวทางการทำงานโดยไม่รู้สึกลังเล หรือรู้สึกผิด ไม่แน่ใจ แต่ก็ต้องระวังเรื่องของการให้ความสำคัญกับ มติเอกฉันท์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้า หรือผลัดผ่อนได้
  2. Embracing Accountabilityการเผชิญหน้ากับการร่วมรับผิดชอบ แสดงความรับผิดชอบร่วมกับคนอื่น ผู้นำที่ดีควรให้สมาชิกในทีมตรวจสอบและแสดงความกล้าในการประเมินและบอกสมาชิกคนอื่น ในเรื่องพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องได้การที่ต้องพูดคุยในสถานการณ์ที่มีความตึงเครียดระหว่างกันอาจทำให้ไม่สบายใจหรืออึดอัด แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำเพราะจะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการใช้ต้นทุนและประสบการณ์ที่ไม่ถูกต้องที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตสิ่งที่ควรคำนึงคือ ผู้นำ ที่มีความเข้มแข็งมากๆ มักจะมีแนวโน้มควบคุมจนบางครั้งส่งผลให้สมาชิกไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกอะไรหรือเลือกที่จะเงียบมากกว่า ซึ่งแน่นอนมันต้องส่งผลกระทบต่อผลลัพท์ของทีมโดยรวม
  1. Focusing on Results การมุ่งเป้าไปที่ผลลัพท์ ผู้นำต้องมุ่งความสำคัญไปยังการกระทำหรือพฤติกรรมที่ช่วยสนับสนุนต่อเป้าหมายหรือผลลัพท์ของทีมมากกว่ปัจเจกบุคคลรวมทั้งการทำงานของหัวหน้าทีมหรือผู้นำด้วยเช่นกัน ที่ต้องทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทำไปบนพื้นฐานของเป้าหมายทีม ไม่ใช่ของตนและข้อที่ควรระวังคือ ถ้าผู้นำเน้นแค่เป้าหมายของตนเองจะไม่สามารถโน้มน้าวทีมได้ ทั้งหมดนี้ คือ พฤติกรรมสร้างทีม แต่ควรมีความเข้าใจที่ตรงกันว่าการสร้าง“ทีมที่เหนียวแน่นและผูกพัน” เป็นงานที่ไม่ได้ทำโดยง่ายหรือสามารถเห็นผลลัพท์โดยทันที จำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นชัดเจนเป็นกระบวนการและมีการวางแผนการกระทำอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานการประเมินวิเคราะห์และติดตามความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

โปรแกรม The Five Behaviors of a Cohesive Team by Wiley สามารถช่วยสร้างจุดแข็งให้กับทีมงานได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระแสการเปลี่ยนแปลง Disruption ที่เกิดขึ้น อาจทำให้เกิดการควบรวมบริษัทหรือมีการเปลี่ยนตัวทีมผู้บริหารเพื่อความเหมาะสมในการบริหารจัดการ หรือทีมงานที่มีอยู่ต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมเกินความรับผิดชอบ จนไม่สามารถส่งมอบผลงานได้ตามเป้าหมาย วิกฤติเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบถึงไม่เฉพาะกับผู้นำเท่านั้นแต่อาจทำให้ผู้ตามทั้งหมด ไปไม่รอด กันทั้งทีม

ผู้สนใจในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.disc-thailand.com

Share: